THEME:
Home | About Us | Service | Real Estate Property | Classified | News & Articles
 
TMD SEARCH
ประเภท :
จังหวัด :
ราคา :
Advance Search
 
NEWS & ARTICLES
วาไรตี้
ข่าวอสังหาริมทรัพย์
บทความ ความรู้
ข่าวสารเพื่อสุขภาพ
เกมส์-ไอที
 
TMD PROPERTY
อพาร์ทเม้นท์สุขุมวิท 71
ที่ตั้ง :
สุขุมวิท
ราคา :
90,000,000
ประเภท :
อพาร์ทเม้นท์

อพาร์ทเม้นท์ สุทธิสาร
ที่ตั้ง :
สุทธิสาร
ราคา :
100,000,000
ประเภท :
อพาร์ทเม้นท์

บ้านเดี่ยว 2 ชั้น 110ตรว.วนครินทร์การ์เด็น ถนนร่มเกล้าลาดกระบัง
ที่ตั้ง :
ราคา :
4,900,000
ประเภท :
บ้านเดี่ยว

 
  ค้นหา :

ณุศาศิริลั่นปีนี้สางขาดทุนอั่งเปาเกลี้ยง

07 January 2010

ณุศาศิริ

นายวิษณุ เทพเจริญ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท ณุศาศิริ แกรนด์ จำกัด (มหาชน)

ณุศาศิริคาดอีก 1 เดือนตั้งโต๊ะทำคำเสนอซื้อหุ้นอั่งเปา แอสเสท หลังเข้าฮุบหุ้นใหญ่ 76% ด้วยการทำแบ็คดอร์

ขณะเดียวกันปัดฝุ่นโครงการคอนโดมิเนียมออกขายหวังดันยอดแตะ 4 พันล้านบาทในปีหน้า รับเศรษฐกิจฟื้นตัว ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเพิ่มขึ้น

นายวิษณุ เทพเจริญ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท ณุศาศิริ แกรนด์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในวันที่ 7 ม.ค.2553 บริษัทจะมีการประชุมคณะกรรมการเพื่อสรุปเรื่องการซื้อหุ้นเพิ่มทุนของบริษัท อั่งเปา แอสเสท จำนวน 1,720 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ต่อหุ้น (พาร์) 1 บาท ราคาเสนอขายต่อหุ้น 0.35 บาท จากนั้นจะทำการประชุมผู้ถือหุ้นภายในเดือนม.ค.นี้เช่นเดียวกัน ซึ่งเชื่อว่ามติที่ประชุมผู้ถือหุ้นจะผ่านเรื่องดังกล่าวโดยดี และภายหลังการซื้อหุ้นเพิ่มทุน บริษัทจะเข้าถือหุ้นทั้งหมด 76%

ทั้งนี้ บริษัทจะชำระค่าหุ้นด้วยสินทรัพย์ใน 4 โครงการ ซึ่งธนาคารก็อนุมัติวงเงินสินเชื่อเรียบร้อยแล้ว ประกอบด้วย 1.โครงการณุศาศิริ แกรนด์ คอนโด (สุขุมวิท-เอกมัย) ราคา 450 ล้านบาท 2.โครงการณุศาศิริ สาทร ราคา 63.97 ล้าน 3.โครงการณุศาศิริ สาทร-ปิ่นเกล้า ราคา 82.13 ล้านบาท 4.โครงการณุศาศิริ พระราม 2 ราคา 1,410 ล้านบาท หลังจากประชุมผู้ถือหุ้นผ่านแล้ว บริษัทจะทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ของกิจการอั่งเปา แอสเสท (เทนเดอร์ออฟเฟอร์) เชื่อว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 1 เดือน และจากการพูดคุยกับผู้ถือหุ้นเดิม ก็ไม่น่าจะมีใครขาย ซึ่งจะทำให้กลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัท อั่งเปา แอสเสท กลายเป็นผู้ถือหุ้นอันดับที่ 2

สาเหตุที่เลือกวิธีเข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนโดยการเข้าจดทะเบียนทางอ้อม (back door listing) เพราะบริษัทต้องการประหยัดเวลา อีกทั้งบริษัท อั่งเปา แอสเสท ก็เป็นบริษัทที่น่าสนใจ มีความต้องการดำเนินธุรกิจด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ มีกระแสเงินสดราว 200 ล้านบาท และไม่มีภาระหนี้สิน ทำให้ง่ายต่อการเจรจาและเข้าบริหาร เพราะมีเป้าประสงค์ในการทำธุรกิจเป็นทิศทางเดียวกัน

“เป้าหมายแรกที่จะทำให้ปีนี้ก็คือการล้างขาดทุนสะสมให้หมดก่อน จากนั้นก็จึงจะคิดเรื่องผลตอบแทนผู้ถือหุ้นในปี 2554 เชื่อว่าผู้ถือหุ้นต้องเข้าใจ เพราะก็มีส่วนต่างราคาหุ้นเทียบกับมูลค่าหุ้นทางบัญชี อยู่ 0.02 บาท-0.03 บาท”

นายวิษณุกล่าวว่า เป้าหมายธุรกิจภายหลังการเข้าจดทะเบียนทางอ้อม บริษัทมีแผนจะสร้างยอดขายเพิ่มขึ้น 100% เป็น 2,000 ล้านบาท จากยอดขายปี 2552 ที่อยู่ราว 1,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นยอดขายที่ลดลงจากอดีต เนื่องจากบริษัทได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศที่ชะลอตัว และปัญหาการเมืองภายในประเทศที่กระทบต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยตรง

โดยยอดขายหลักในปีนี้จะมาจากการผลักดันโครงการเดิมที่ชะลอไว้ในปี 2552 ซึ่งเชื่อมั่นว่ายอดขายคอนโดมิเนียมในโครงการเก่าๆ จะขายได้ดี เนื่องจากกำลังซื้อผู้บริโภคเริ่มดีขึ้นในปีนี้ ขณะที่สินค้าอสังหาริมทรัพย์ที่ค้างในสต็อกของทั้งตลาดมีไม่มาก และที่มีอยู่ก็เป็นโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการ นอกจากนี้บริษัทยังมีจุดเด่นด้านโลเคชันในเมือง

“ใน 4 ปีที่แล้ว บริษัทเคยมียอดขายสูงถึง 3.9 พันล้านบาท แต่ก็ชะลอลงในปีที่แล้ว เพราะได้รับผลกระทบจากพิษเศรษฐกิจ โดยปีที่แล้วยอดขายอยู่ที่ 1 พันล้านบาทเท่านั้น แต่ปีนี้ จะดับเบิลให้ยอดขายขึ้นมา 100% เป็น 2 พันล้านบาท และในปี 2554 ก็จะดับเบิลยอดขายให้ขึ้นมาอีก 100% หรือเป็น 4 พันล้านบาท เท่ากับเมื่อ 4 ปีที่แล้วซึ่งเป็นศักยภาพที่เคยสูงที่สุด เชื่อว่าจะทำได้ตามแผนเพราะมีจุดเด่นด้านโลเคชัน และการเข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนก็จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีด้วย”

เขากล่าวอีกว่า แนวโน้มอุตสาหกรรมพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ปี 2553 เชื่อว่าจะมีการเติบโตขึ้นจากปี 2552 เพราะปัญหาเศรษฐกิจเริ่มคลี่คลาย และความเชื่อมั่นผู้บริโภครวมถึงกำลังซื้อก็เริ่มกลับมา ในส่วนของซัพพลาย เชื่อว่าจะมีไม่มาก เพราะโครงการส่วนมากถูกชะลอการก่อสร้างไว้ตั้งแต่ปีที่แล้ว เนื่องจากประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจ

ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการรายใหม่ก็จะเกิดได้ยาก เพราะธนาคารจะเข้มงวดกับผู้ประกอบการรายใหม่มากกว่ารายเก่าที่มีประสบการณ์การทำงานมากกว่าและบริหารสภาพคล่องและหนี้ได้ดีกว่า ดังนั้น การแข่งขันระหว่างผู้ประกอบการจึงไม่น่าจะรุนแรงมาก น่าจะเป็นการทำตลาดเชิงสร้างสรรค์และมุ่งเน้นเฉพาะฐานลูกค้าเดิมมากกว่าเจาะตลาดใหม่

ผลประกอบการงวด 9 เดือนแรก ปี 2553 ของบริษัท อั่งเปา แอสเสท บริษัทมีรายได้รวม 20.72 ล้านบาท และมีขาดทุนสุทธิ 10.67 ล้านบาท ส่วนผลประกอบการย้อนหลังปี 2551 บริษัทมีรายได้รวม 44.84 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 944.71 ล้านบาท โดยเป็นผลมาจากกำไรจากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ และ กำไรจากการขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของบริษัท

ข้อมูลตลาดหลักทรัพย์ระบุว่า โครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ บริษัทอั่งเปาฯ ณ วันที่ 8 ก.ค.2552 ประกอบด้วย น.ส.ลักษณา จริยวัฒน์สกุล 21.16% ธนาคารกรุงเทพ 5.64% นายสมบัติ พานิชชีวะ 5.26% น.ส.นีรนุช ภัทร์ทวีกุล 3.75% น.ส.ทัศน์วรรณ เด่นดวงฤดี 3.17% นายไว-ไลห์ เชิง 2.88% นายวสันต์ ธัญธีรพันธุ์ 2.32% นายวีรวัฒน์ แจ้งอยู่ 2.20% นางนงเยาว์ มหัทธนารักษ์ 1.61% และ นายประสิทธิ์ คิวเจริญวงษ์ 1.58%

การเข้าแบ็คดอร์ของณุศาศิริ ถือเป็น รายที่ 5 ในไตรมาส 4 ปี 2552 หลังจากก่อนนี้ พบว่า มีนักลงทุนได้ประกาศเข้าเทคโอเวอร์ บริษัทจดทะเบียนขนาดเล็กแล้ว 4 บริษัทประกอบด้วยบริษัทยูนิค ไมนิ่ง เซอร์วิสเซส (UMS) บริษัทมีเดีย ออฟ มีเดียส์ (MEDIAS) บริษัทโซลูชั่น คอนเนอร์ (1998) หรือ SLC บริษัทสตีล อินเตอร์เทค (STEEL) โดยใช้วิธีผู้ถือหุ้นใหญ่ขายหุ้นให้กับนักลงทุนรายใหญ่ รวมทั้งจัดสรรแบบเฉพาะเจาะจง (พีพี)

สตีลฯ แจงแผนควบโซล่าอยู่ระหว่างศึกษา

ด้านนายประสิทธิ์ อุ่นวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทสตีล อินเตอร์เทค (STEEL) กล่าวว่า ตามที่ตลาดหลักทรัพย์ได้สอบถามความคืบหน้าของแผนการควบรวมกิจการระหว่างบริษัทและบริษัทโซล่า เพาเวอร์ จำกัด นั้น ขณะนี้บริษัทโซล่า เพาเวอร์ ได้ดำเนินการแต่งตั้งที่ปรึกษาทางการเงิน (FA) ซึ่งได้แก่ บล.เคที ซีมิโก้ จำกัด และบริษัทสตีล อินเตอร์เทค ได้ดำเนินการแต่งตั้ง ที่ปรึกษาการเงินอิสระ (IFA) ซึ่งได้แก่ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ซึ่งอยู่ระหว่างขั้นตอนการทำ DUE DILIGENCE หรือตรวจสอบฐานะและทรัพย์สิน

นายประสิทธิ์ระบุว่า แผนการควบรวมดังกล่าวยังมีความไม่แน่นอน โดยอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไป ได้ในการควบรวม พร้อมเปิดแผนธุรกิจเดินหน้าล้างขาดทุน

กรุงเทพธุรกิจ 6/1/2010

 
 
สถิติเว็บไซต์